Thursday, September 23, 2010

แสงสว่าง

เทอมนี้ผมได้รับมอบหมายให้สอนนักศึกษาในวิชาเลือก โดยส่วนใหญ่นักศึกษาที่เรียนมักเป็นนักศึกษาชั้นปี 3และ 4 การเปิดวิชาเลือกอย่างกะทันหันทำให้มีนักศึกษาหลายคนไม่สามารถเรียนได้ในเวลาปกติ ผมเลยสละเวลาช่วงเย็นสอนหนังสือพวกเขา นั่นย่อมทำให้ตลอดวันจันทร์ถึงวันพฤหัส ผมต้องสอนหนังสือจนมืดทีเดียว

ทุกสิ่งทุกอย่างยังปกติ จนเริ่มมีข่าวลือ ว่าแม่บ้านที่คณะเศรษฐศาสตร์เจอผี โดยสถานที่ที่เจอคือห้องที่ติดกับห้องที่ผมสอน แน่นอนผมเชื่อว่าเรื่องที่ได้ยิน เป็นเรื่องโคมลอยและไม่จริง และผมก็ไม่ใช่คนกลัวผี

ทุกเย็นเมื่อสอนเสร็จผมจะเป็นคนปิดไฟและล็อกห้อง ในวันหนึ่งขณะที่ผมปิดไฟในห้องเรียน ห้องเรียนมืดมาก ในใจของผมเกิดความกลัวโดยไม่รู้สาเหตุ อย่างหนึ่งคือกลัวผีขึ้นมา ผมรีบล็อกห้องและเดินไปจากห้องนั้นอย่างรวดเร็ว

ในวันต่อมา ผมเริ่มที่จะพกไฟฉายตัวเล็กๆติดตัวไปด้วย  เมื่อสอนเสร็จก็ปิดไฟและล็อกห้องตามปกติ การมีไฟฉายให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป ความสว่างทำให้ความกลัวของผมหมดไป ผมเริ่มไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ความกลัวคืออุปทานที่เราสมมติให้เราเกิดความกลัว ซึ่งสิ่งเหล่านั้นไม่เคยมีอยู่จริง แต่เมื่อเรามีปัญญา ซึ่งเปรียบเหมือนไฟฉายที่ส่องในความมืด อุปทานต่างๆก็หายไป กลายเป็นความเข้าใจว่า ความกลัวเกิดจากสิ่งที่เราสร้างอุปทานขึ้นมาเอง

ขอบคุณปัญญาทีทำให้ผมรู้ว่า ทุกสิ่งเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นเองทั้งนั้น โลกใบนี้ไม่มีอะไรน่ากลัวเลย จงเดินหน้า และก้าวข้ามทุกอย่าง เพื่อที่จะได้ทำประโยชน์ต่อไป

Friday, June 04, 2010

ภาพลวงตา

ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ผมเกิดความทุกข์บางอย่าง ความทุกข์ของผมเกิดจากการมุ่งมั่นที่มากเกินไป และใส่ใจกับคำพูดและการกระทำของผู้ที่แสดงว่าหวังดีแต่มีเจตนาร้าย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คือ ช่วงเริ่มต้นการทำงานในช่วงสองปีก่อนผมมุ่งมั่นและคิดว่าการที่เป็นครู ผมต้องถ่ายทอดความรู้ให้ดีที่สุด  แต่ในความจริงการเริ่มต้นทำงานในทุกๆงานเป็นธรรมดาที่การเริ่มต้นอาจไม่ดีนัก สิ่งที่ดีที่สุดคือการเรียนรู้และค่อยๆพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น แต่ในช่วงเวลานั้นผมได้เจอเพื่อนผู้หวังดีแต่มีเจตนาร้าย คอยยุแยง และบอกว่าก่อนหน้านี้คนอื่นเค้าสอนดีนะ เด็กไม่ตกขนาดนี้ ความทุกข์เลยเกิดขึ้นกับผม

ในช่วงเวลานั้นผมโง่เขลาเกินกว่าที่จะรู้จักคำว่าอุเบกขา นั่นคือ ถ้าเราทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างดีที่สุดแล้ว ด้วยใจที่บริสุทธิ์ ผลลัพธิ์ของมันจะเป็นอย่างไรขอให้เรียนรู้และปรับปรุงให้ดีขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ให้เอามาเป็นความทุกข์ รวมถึงในช่วงเวลานั้น ผมมีความขัดแย้งในเรื่องวิชาการที่ไม่ตรงกันกับอาจารย์ท่านหนึ่ง ผลลัพท์ส่งผลให้นักศึกษาที่ควรจะได้รับเกรดเอ จากความมุ่งมั่นและพยายาม กลับทำให้เกรดของเค้าได้แค่บี ช่วงนั้นผมมักโทษตัวเองว่าสาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากผม ความเป็นครูทำให้เราเสียใจ การเป็นครูคือความรักและความมีเมตตาที่มีต่อเด็กๆ แต่การที่บางฝ่ายอยากเอาชนะ และส่งผลต่อนักศึกษามันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วหรือสำหรับความเป็นครู ผมเรียนรู้บทเรียนในวันนั้น และเข้าใจว่าคนเราเป็นแบบนี้เอง มีอีโก้และคิดว่าโลกใบนี้ ตัวเองเก่งที่สุด ความอ่อนน้อมถ่อมตนเท่านั้นที่นำมาสู่ความสำเร็จ

ผมทุกข์อยู่ถึงเกือบหนึ่งปีจากเหตุการณ์ดังกล่าว จนวันหนึ่งผมได้ทบทวนและคิดไตร่ตรองบางอย่าง ว่าโลกใบนี้คือสิ่งสมมติเท่านั้น ตัวของผมคือสิ่งสมมติ ตัวของเพื่อนก็คือสิ่งสมมติเช่นกัน แล้วนี่เรากำลังโง่กับสิ่งสมมติหรือนี่ที่ทำให้เราทุกข์ ผมเริ่มยิ้มออกกับภาพลวงตาอันนี้และเข้าใจ จนให้อภัยกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น คนเราก็มาเล่นเกมส์แค่ช่วงหนึ่งเท่านั้นและก็ลาจากโลกนี้ไป ทำไมผมไม่เล่นเกมส์ครั้งนี้ให้สนุกละ จะมาแบกโลกอยู่ทำไม และจะใช้เวลาที่อยู่บนโลกใบนี้ให้มีค่าและมีความหมายที่สุด ยามใดที่มีความทุกขืก็จงรู้ใว้ว่าโลกคือภาพลวงตาและเป็นเพียงสิ่งสมมติเท่านั้น ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการเล่นเกมส์บนโลกใบนี้

Tuesday, April 13, 2010

ครอบครัว

ผมคงเริ่มต้นการเขียนบันทึกนี้ด้วยการกล่าว สวัสดีวันสงกรานต์กันก่อนนะครับ ในช่วงเวลาสำคัญในแต่ละปี คือสงกรานต์และปีใหม่ แน่นอน ผมมักใช้เวลาอยู่กับครอบครัวที่นครศรีธรรมราช การใช้เวลาอยู่กับครอบครัวให้ความรู้สึกที่อบอุ่นใจให้ผมเสมอ ถามว่าการอยู่กับครอบครัวนี่สนุกตรงใหน

ในความคิดของผมครอบครัว คือ สิ่งที่สำคัญมาก เป็นแบคอัพที่ทำใหเราไม่กลัวที่เผชิญสิ่งต่างๆที่อยู่นอกบ้าน เพราะเรารู้ว่า เมื่อมีอะไรเกิดขึ้น เราจะได้รับกำลังใจ และแรงใจจากคนในครอบครัวอย่างแน่นอน

การได้ทานอาหารฝีมือคุณแม่ ก็เป็นความสุขของผมเช่นกัน รสชาติเก่าๆ และความทรงจำที่มีค่าเกิดขึ้นช่วงนี้นี่เอง พอทานข้าวเสร็จก็จะสำนึกถึงบุญคุณข้าวแดงแกงร้อน ฝีมือแม่ยิ่งกินยิ่งอร่อย แต่ไม่ดีที่น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นอย่างผิดหูผิดตา แต่ไม่เป็นไร ค่อยไปตีแบด และจ็อกกิ้งให้มากขึ้น

ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดที่ผมชอบ คือช่วงเวลาทานอาหารเย็น บ้านเราจะทานข้าวกันนานมาก โดยคุยกันเรื่องต่างๆ รวมถึงถ้าอาๆมาจาก กทม การพูดคุยในมื้อเย็นจะออกอรรถรสเอามากๆเลยนะ

ผมมองว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความสุขที่ไม่ต้องดิ้นรน ไม่ต้องไปแสวงหาจากการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลให้เหนื่อย ความสุขแบบนี้ผมจะจดจำและจะพยายามให้ครอบครัวในอนาคตของผมมีความสุขเช่นเดียวกัน ขอบคุณครอบครัวที่ได้ความสุขกับผมในวันนี้เพื่อผมจะได้มอบความสุขให้กับคนอื่นต่อไป

Monday, February 15, 2010

ความแตกต่างของชนชั้น


เสียงเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆๆ กำลังดีใจเอามากเมื่อเจอน้องนุช น้องสาวของผม ผมไม่แปลกใจที่ทำไมเด็กผู้หญิงคนนั้นจึงดีใจอย่างมากเช่นนั้น


ครอบครับของพวกเราเริ่มรู้จักน้องบีม เมื่อประมาณครึ่งปีที่ผ่านมา การพัฒนาเศรษฐกิจที่ทำให้คนบางกลุ่มร่ำรวย แต่คนส่วนใหญ่ของประเทศกลับยากจน จึงทำให้ครอบครัวของเรารู้จักเด็กผู้หญิงคนนี้


บีมย้ายตามครอบครัวซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่เชียงราย ความยากแค้นทำให้ต้องย้ายที่อยู่อาศัยมาทำงานที่นครศรีธรรมราช และมาเช่าบ้านไกล้กับบ้านของพวกเรา เริ่มต้นบีมเป็นเด็กที่ไม่ค่อยชอบไปโรงเรียนนัก เพราะเรียนไม่รู้เรื่อง น้องสาวของผมจึงเป็นครูจำเป็นโดยการสอนคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษให้กับบีมทุกวัน ผลคือบีมเริ่มเรียนทันคนอื่น


หลายครั้งที่พวกเราต้องเดินทางโดยเครื่องบิน บีมมักจะฝันเสมอว่าอยากไปส่งหรือไปรับพวกเรา ผมเข้าใจความฝันวัยเด็กของเค้า บีมคงอยากเห็นเครื่องบินไกล้ๆนั่นเอง


มันเป็นความฝันของผมที่เป็นไปได้ยาก ผมอยากให้คนในประเทศมีความเท่าเทียมกันมากกว่านี้ ผมอยากเห็นเด็กตัวเล็กเช่นบีม ได้สนุกตามวัยของเค้าในภูมิลำเนาที่เค้าควรอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาคนในครอบครัว


ผมอยากให้การศึกษาทำให้เด็กทุกคนมีความสุข ที่จะได้ไปโรงเรียน และที่สำคัญเมื่อเค้าไปโรงเรียนแล้วเค้าควรจะได้รับความรู้และคุณธรรมจากครูที่สอนเค้า


หรือเรื่องที่ผมกำลังคิดเป็นแค่ความฝันเท่านั้น?

Saturday, February 13, 2010

ต้อนรับวันวาเลนไทน์

ปีนี้วันวาเลนไทตรงกับวันอาทิตย์ และเป็นช่วงที่ผมปิดคลาสการสอนทุกอย่างได้เสร็จสิ้น อาทิตย์นี้จึงเป็นอาทิตย์ที่ผมรู้สึกสบายๆอาทิตย์หนึ่ง ผมเลยวางแผนว่าวันแห่งความรักในปีนี้จะใช้เวลาอยู่กับพ่อแม่และคนในครอบครัวที่นครศรีธรรมราช



กิจกรรมแรกที่ผมกลับถึงบ้าน พ่อและแม่ น้องนุชและผมเราตรงดิ่งไปเยี่ยมคุณยายที่ปัจจุบันอายุ 102 ปีแต่ยังแข็งแรงอยู่มาก การได้เยี่ยมคนที่สูงอายุเป็นกิจกรรมที่ผมชอบมากนะครับ การได้คิดถึงช่วงเวลาที่คุณยายได้มองเห็นกิจกรรมที่เปลี่ยนไปในช่วงชีวิต ก็คงทำให้คุณยายผมคงพิสวงกับโลกใบนี้ทีเดียว ในครั้งหนึ่งขณะที่ผมกำลังเดินทางไปต่างประเทศ คุณยายกลับถามผมว่าคงต้องใช้เวลาในการเดินทางหลายปีทีเดียวกว่าจะถึงประเทศนั้น เพราะในยุคคุณยายการเดินทางไม่ใช่สะดวกเหมือนในปัจจุบัน แค่นี้ก็ทำให้ผมอดอมยิ้มและมีความสุขนะครับ



กลับถึงบ้าน ผมลืมสนิทที่ว่าตนเองกำลังลดความอ้วน แม่ทำอาหารจานโปรดรออยู่มากมาย ผมก็ไม่ลังเลที่จะทานอาหารอย่างเต็มที่เช่นกัน เฮ้อ วิท คงกว่าจะลดน้ำหนักเท่าเดิมคงออกกำลังกายอีกเยอะเลยนะ



การได้กลับบ้านของผม คือ การปลีกวิเวก ได้อยู่กับตัวเอง ได้อยู่กับบรรยากาศที่เงียบสงบในต่างจังหวัด

ได้เดินออกกำลังกายช้ากับน้องนุช ได้พูดคุยกันในหลายๆเรื่อง ได้ดูแลคุณย่าที่ป่วยอยู่ ได้อ่านหนังสือที่ชอบ



ในช่วงนี้มีเพื่อนของผมหลายคนที่มักโทรมาบ่นมายังไม่มีแฟนรู้สึกเหงาจัง ผมฟังพวกเขาพูดด้วยรอยยิ้ม และตอบไปว่าความรักไม่ใช่มีแต่รูปแบบของคนรักเท่านั้น ยังมีความรักรูปแบบอื่นที่ทำให้เรามีความสุข และที่สำคัญการที่เรามีความรักความเมตตามอบให้กับทุกคนในทุกวัน ผมว่าความรักรูปแบบนี้ดูยิ่งใหญ่และวิเศษมากกว่าทีเดียว



สุขสันต์วันแห่งความรักครับ

Monday, January 25, 2010

อิ่มบุญ


ความโชคดีหลายๆอย่างของผมที่ได้ทำงานที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์อย่างหนึ่งคือ การได้เจอกัลยาณมิตร ที่ชักชวนให้สนใจธรรมะ และได้ร่วมปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง ผมยังจำการเริ่มต้นในชมรมธารใจครั้งแรกได้นะครับ

เริ่มต้นจาก อ.เจริญ สังข์ทอง เพื่อนรักแห่งจิตปัญญาศึกษา สถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์ได้ชักชวนผมว่า ตอนนี้อ.นัธมน แห่งคณะทันตแพทย์ศาสตร์ ต้องการทีมงานเพื่อทำงานในด้านที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ผมไม่ลังเลใจที่จะช่วยงานดังกล่าว

งานแรกที่ผมได้เข้าร่วม คือ การเข้าฟัง อ.สนอง วรอุไร ที่ทางชมรมเชิญมาบรรยายธรรมที่คณะทันตะฯ แม้งานนั้นผมอาจจะไม่ได้ทำงานอย่างเต็มตัวนัก แต่การได้ฟังธรรมจากนักปราชญ์ ก็ทำให้ผมเกิดปิติ มีความสุขจากการได้ฟังธรรม

เมื่อมีโครงการใหม่ๆเกิดขึ้น ผมไม่ลังเลที่จะก้าวเข้ามาเป็นผู้ดำเนินงานอย่างเต็มตัว นั่นคือ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมได้เป็นกรรมการโครงการน้อมนำธรรมสู่ชีวิต โดยเชิญพระอาจารย์สมยศ จากจ.ชัยนาท มาแสดงธรรม การได้ฟังธรรมในครั้งนี้ ทำให้ผมมองเห็นความจริงบางอย่าง รวมถึงสุขที่แท้จริงจากการปฏิบัติธรรม

เมื่อโครงการนี้จบลง ผมมีความสุขที่ได้ทำตัวให้เป็นประโยชน์และเชื่อมั่นว่าวันหนึ่งผมจะมีดวงตาเห็นธรรมและอยู่บนโลกใบนี้อย่างมีความสุข

Wednesday, January 13, 2010

ตั้งคำถาม


วันนี้ผมเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการสอบสัมภาษณ์นักเรียนที่สอบตรงเข้า ยังคณะเศรษฐศาสตร์ นักเรียนหลายคนมีประวัติ  และกิจกรรมที่น่าสนใจมาก ผมมองกิจกรรมที่พวกเขาทำในช่วงมัธยมว่ากิจกรรมเหล่านี้นำมาซึ่งความสุข และการสำนึกในคุณค่าที่ตัวเองได้ทำกิจกรรมต่างๆ

แต่ผมกลับสังเกตพบว่า เหตุใดเมื่อนักเรียนเหล่านี้เข้ามาในมหาวิทยาลัย กิจกรรมต่างๆซึ่งเคยนำมาซึ่งความสุขให้พวกเขากลับลดลง บางคนเข้ามาเป็นนักศึกษาปี1 เป็นนักศึกษาที่น่ารักและตั้งใจเรียน แต่เมื่อปีสูงขึ้นพวกเขากลับเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง

เกิดอะไรขึ้นในระบบการศึกษาของเรา การศึกษาของเราไม่ได้ช่วยเน้นให้พวกเขาพัฒนาความสามารถที่ตัวเองมีให้เก่งยิ่งขึ้น หรือให้เขาได้ทำกิจกรรมที่ตนเองสนใจให้ก่อประโยชน์มากขึ้น

เรากำลังเน้นคนที่เรียนเก่งที่สุด แต่อาจมีความสุขในชีวิตน้อยที่สุด นี่เป็น.โจทย์ที่สำคัญ และอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญเช่นเดียวกัน นักศึกษาบางคนไม่เข้าใจในเรื่องของหน้าที่ คือการตั้งใจเรียนให้มากที่สุดแต่กลับคิดถึงความสูงส่งที่ได้เรียนในมหาวิทยาลัย

น่าสงสารแนวความคิดแบบนี้จัง เราเลยเจอคนที่จะคิดถึงเฉพาะตัวเองเสมอ ผมอยากฝากไว้ว่าหนทางที่เราเล่าเรียนนั้น น่าจะเป็นหนทางที่ทำให้เรามีความสุข ได้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ และยิ่งความรู้
มากขึ้นตัวตนของคนนั้นควรจะเล็กลง

เพราะหนทางที่เราเล่าเรียน คือ การรับใช้ประชาชนนั้นเอง

Wednesday, December 23, 2009

ทำหน้าที่


ในช่วงปีใหม่นี้ ผมวางแผนว่าในช่วงวันที่ 28-30 ธ.ค. 52 ผมจะลาหยุด เพื่อได้ใช้เวลาอยู่อยู่กับครอบครัวที่นครศรีธรรมราชเป็นเวลาที่นานขึ้น แต่แล้วแผนการก็เปลี่ยนไป ผมมีงานประชุมงานวิจัยในวันที่ 28 และประชุมของสาขาในวันที่ 29 ทำให้แผนการที่วางแผนไว้เลยต้องเปลี่ยนแปลงทั้งหมด

ตอนแรกก็แอบคิดว่าในเมื่อเราตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าเราจะลา ดังนั้น ก็จะลาละ แต่เมื่อมาคิดให้มากขึ้น  สิ่งที่ต้องทำในทั้งสองวันนั้นเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ และที่สำคัญช่วงเวลาดังกล่าว ก็ยังไม่ใช่วันหยุด

ผมเลยเปลี่ยนแผนใหม่โดยจะกลับบ้านในวันที่ 30 ธค.ซึ่งเป็นวันเกิดผมเอง และอยู่บ้านน้อยลง แต่มองในแง่ดี ผมก็มีเวลาได้เคลียร์งานหลายอย่างที่คั่งค้าง และที่สำคัญผมไม่ได้ละเลยหน้าที่ของตนเอง พอเริ่มเปลี่ยนวิธีการคิดใหม่ความรู้สึกเซ็งที่เกิดก่อนหน้านี้ก็หายไป

คนเราเกิดมาเพื่ออะไรกันหรือ เมื่อรู้คำตอบแล้วว่าคนเราเกิดมาเพื่อทำหน้าที่ของตัวเองผมก็รู้ว่า สิ่งที่ผมควรทำคืออะไร

Tuesday, December 15, 2009

เริ่มนับถอยหลัง


อีกไม่กี่อาทิตย์จะเป็นช่วงปีใหม่แล้วนะครับ  ตอนนี้ผมใจจดใจต่อกับการที่จะได้เฉลิมฉลองช่วงเทศกาลดังกล่าว และที่สำคัญช่วงเวลาไกล้กันนี้ก็เป็นช่วงวันคล้ายวันเกิดของผมด้วยนะครับ

เหตุใดผมจึงตั้งวหน้าตั้งตารอเทศกาลดังกล่าว คงเป็นเพราะว่าช่วงเวลาดังกล่าวผมจะได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวอย่างเต็มที่  ได้สนุกสนานกับพ่อแม่ พี่น้องและบรรดาญาตๆที่มากันเต็มบ้าน  และเม่อถึงวันเกิด ผมไม่ลืมที่จะระลึกถึงบุญคุณของพ่อแม่ ถ้าไม่มีพวกเขา ก็คงไม่มีผมในวันนี้

ช่วงเวลานี้ แถวบ้านผมคือที่ อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช จะมีงานรื่นเริงประจำปี คืองานปีใหม่ที่จัดมามากกว่า 30 ปี นั่นคือ ตั้งแต่ผมลืมตามองงดูโลกใบนี้ ผม ก้อได้เที่ยวงานดังกล่าวแล้ว แม้ว่าเมื่อโตขึ้น ความรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เที่ยวงานน้อยลง แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้คือ การได้ระลึกถึงช่วงเวลาในวัยเยาว์ ได้ระลึกถึงพ่อแม่ รวมถึงพี่เอกและน้องนุช

ความมหัศจรรย์ของมนุษย์คงเกิดจากสิ่งนี้เอง คือการได้ระลึกถึงวันที่มีความสุขในอดีตและนำสิ่งนี้มาเป็นพลังในการดำเนินชีวิตต่อไป

Wednesday, December 09, 2009

เรื่องไม่สบายใจ


ตอนนี้ผมมีบางเรื่องที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจนัก  เรื่องมันเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปีแล้วนะครับ ผมไปรับงานวิจัยมาชิ้นหนึ่ง  แต่พอทำไปทำไป ปรากฏว่า ผมกลายเป็นFree rider ก็คือไม่คอ่ยได้ช่วยงานเพื่อนคนนี้ซักเท่าไหร่นัก

ผลที่ตามมา คือ เพื่อนร่วมงานคนนี้มึ่นตึงและไม่คุยกะผมนะครับ  แล้ววิททำไงละ ก็พยายามที่จะถามถึงงาน ถ้าถามใจผมผมไม่ชอบการที่เป็นที่ไม่ช่วยงานคนอื่น ผมไม่สบายใจนักในเรื่องนี้

ผมเริ่มวิเคราะห์ว่าปัญหาอันนี้มันเกิดได้อย่างไร ก็เกิดจากการที่เราทั้งสองยังไหม่มากกับการทำงานวิจัย การแบ่งงานกันทำก็เลยยังไม่ชัดเจนนัก  ผลก็เลยผมกลายเป็นคนกินแรงงเพื่อนไป นี่เป็นสิ่งที่ต้องเก็บมาเป็นบทเรียน

ตอนนี้ผมพยายามที่จะทำให้สถานการณ์ของผมและเพื่อนร่วมงานดีขึ้น แต่คงยาก เพราะเธอไม่ค่อยอยากจะคุยกับผมนัก บางทีคนเราก็แปลกนะครับ อีกไม่เกิน 100 ปี เราก็จะตายจากโลกใบนี้ไปแล้วทำไมต้องเบียดเบียน โกรธและเกลียดกันด้วยนะ

ถ้าถามผมผมแค่รู้สึกผิดที่ไม่ได้ช่วยงานเพื่อนคนนี้เลย แต่ผมให้อภัยกับพฤติกรรมบางอย่างที่ผมไม่ชอบนักกับการกระทำของเค้า และจงจดจำไปนะวิทว่าเราจะไม่กระทำพฤติกรรมดังกล่าวกับคนอื่นและถ้าได้ทำงานชิ้นตอ่ไปจงทำให้มากกว่าคนอื่น  แต่สำหรับตอนนี้ผมอยากหาทางออกสำหรับงานนี้ให้ดีที่สุด............

Tuesday, October 27, 2009

กลับไปเยี่ยมกัลยาณีศรีธรรมราช

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 52 ที่ผ่านมา ผมถือโอกาสกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อ แม่ เลยถือโอกาสกลับไปเยี่ยมโรงเรียนที่เคยสำเร็จการศึกษา หลายๆครั้งที่ผมกลับบ้าน ผมเพียงแต่ผ่านหน้าโรงเรียนแต่ไม่เคยเข้าไปในโรงเรียนเลย

วันนี้ก็เลยเป็นโอกาสพิเศษที่ได้กลับไปเยี่ยมอาจารย์ กลับไปดูบรรยากาสในปัจจุบันของโรงเรียน โรงเรียนเราเปลี่ยนไปมาก ดูทันสมัยขึ้น ห้องเรียน อาคารเรียนเปลี่ยนไปในทางที่ดีมาก อาจารย์รุ่นที่ผมเรียนหลายคนเกษียณไปมากทีเดียว
แต่ผมก็ได้เจออาจารย์หลายท่านนะครับ ผมมีความสุขจังที่ได้กลับไปโรงเรียนอีกครั้ง

ภาพในวัยเด็ก มิตรภาพที่ผมเคยได้รับสมัยเรียนที่นี่เป็นความทรงจำที่แสนจะวิเศษ วิชาความรู้ที่เป็นพื้นฐานให้ผมได้ก้าวจนถึงวันนี้ ผมไม่เคยลืมเลยว่า กัลยาณีฯเป็นส่วนหนึ่ง และผมบอกกับตัวเองเสมอว่า ถ้ากัลยาณีฯมีอะไรที่ผมพอจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือโรงเรียน ผมยินดีและเต็มใจที่จะช่วยนะครับ

ผมเดินออกจากโรงเรียนในวันนี้ด้วยความสุข และบอกกับตัวเองเมื่อก้าวเดินออกไปในวันนี้ผมจะทำประโยชน์ให้กับส่วนรวมให้มากที่สุด ให้สมกับการเป็นลูกนางฟ้า

ขอบคุณกัลยาณีฯสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างครับ

Wednesday, September 30, 2009

ความเมตตา


ในช่วงสองสามวันนี้ผมมีเรื่องที่ทำให้ผมต้องครุ่นคิด และทบทวนอะไรบางอย่าง  เรื่องมีอยู่ว่า มีนักศึกษาคนหนึ่งติดพนันฟุตบอล  จนแอบเอารถมอเตอร์ไซด์รุ่นพี่ไปจำนำ  ในท้ายที่สุดเรื่องก้อแดงขึ้นมา ทำให้นักศึกษาคนนี้ต้องหลบหน้าทั้งรุ่นพี่  เพื่อนๆและรวมถึงการไม่เข้าเรียนหนังสือ

พวกเราเหล่าอาจารย์ได้นำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมเพื่อหาบทสรุปให้กับเด็กคนนี้ว่าเราจะเอาเค้าอยู้ในคณะหรือจะให้นักศึกษาคนนี้ออกไปเริ่มต้นใหม่ที่อื่น ที่ประชุมแบ่งออกเป็นสองฝ่าย คือ ฝ่ายที่จะเอาเค้าอยู่ให้เค้าได้เริ่มต้นใหม่ได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง กับอีกฝ่ายมองว่าการให้เค้าไปหเริ่มเรียนที่ไหม่น่าจะดีกว่าผลปรากฏว่าฝ่ายหลังเป็นฝ่ายชนะ นักศึกษาคงได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อื่นจริงๆ

ในมุมมองของผม ต่อให้ลูกศิษย์จะโกหก แย่แค่ไหนผมจะให้โอกาสเค้าเสมอ ผมคิดเสมอว่า คนเราเมื่อทำผิด เป็นธรรมดาที่สติจะแตก และยังไม่สำนึกผิดแน่ๆ แต่ตอนนี้เรากำลังจะให้บทเรียนกับเค้าโดยให้เค้าออกไปเรียนที่อื่น ทั้งๆที่พวกเรายังไม่พยายามที่จะเยียวยาเค้าก่อนหรือเราต้องการเพียงนักศึกษาที่ดีและตั้งใจเรียนเท่านั้นหรือ  แม้ว่าอาจารย์หลายคนจะบอกว่าการตัดสินใจเช่นนั้นคือการได้ให้โอกาสเค้าอย่างเต็มที่

เรากำลังโยนปัญหานี้ออกไปเป็นปัญหาของสังคม  แต่ไม่ได้คิดที่จะแก้ไขเลย ขอให้นักศึกษาคิดให้ได้นะครับ และกลับเป็นคนดีของสังคมต่อไป

ผมในฐานะครูจะเอาใจช่วยถึงที่สุดนะครับ สู้ๆๆๆกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่นะครับ

บางครั้งความเมตตาน่าจะเป็นคุณธรรมที่มากที่สุดที่ครูควรมี  ผทเคารพในการตัดสินใจของทุกคน

Friday, September 04, 2009

การให้อภัย

วันนี้หลังจากผมทำหน้าที่เป็นอาจารย์ประจำกลุ่ม PBL ของนักศึกษาเสร็จแล้ว ผมใช้เวลาในการทำบัตรเอทีเอ็มใหม่ และนัดทานข้าวกับกาญจน์เพื่อนเก่าสมัยมัธยม โดยผมขอเป็นเจ้าภาพเลี้ยงข้าวกาญจน์เนื่องในโอกาส กาญจน์จะย้ายที่อยู่ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ตรัง


การไปทานข้าวกับกาญจน์ มีหลายๆเรื่องที่เราคุยกัน ไม่ว่าความทรงจำในวัยเยาว์ของพวกเรา เพื่อนวัยเด็กมีความพิเศษนะครับ เป็นเพื่อนที่โตมาพร้อมๆกัน เราได้เห็นพัฒนาการ และความสวยงานในมิตรภาพ


ระหว่างที่เราคุยเรามาหยุดที่เรื่องที่ยังอยู่ในใจของกาญจน์ คือเรื่องของก้าว ในอดีตกาญจน์เคยมีแฟนและผู้ขายคนนั้นคือก้าวนั่นเอง จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ในท้ายที่สุด สองคนนี้ก้อเลือกเดินคนละเส้นทาง กาญจน์ยังรู้สึกผิดเสมอในเหตุการณ์ดังกล่าว


วันนี้ผมเลยเป็นคนกลางที่พยายามที่จะทำให้มิตรภาพของเพื่อนทั้งสองยังคงสวยงามเสมอ ผมต่อโทรศัพท์ถึงก้าว  พร้อมทั้งขออโหสิกรรมในเรื่องที่กาญจน์เคยกระทำ ก้าวเป็นเพื่อนที่น่ารักมาก ก้าวให้อภัยกาญจน์ด้วยใจจริง ผมเลยให้กาญจน์ได้คุยกับก้าวโดยตรง


แผลที่เคยอยู่ในใจของกาญจน์ตอนนี้ได้รับการรักษาแล้ว ผมมีความสุขที่ได้เป็นผู้ประสานสิ่งนี้ให้เกิดขึ้น  การให้อภัยเป็นความรู้สึกที่วิเศษมากทั้งผู้ถูกกระทำและผู้โดนกระทำ อย่างน้อยแผลที่ไม่เคยรักษาได้กลับได้รับการเยียวยา


ขอบคุณเพื่อนทั้งสองที่ยังแคร์กันอยู่เสมอ แม้ว่าสถานภาพจะเปลี่ยนไป แต่เราก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้อยู่เสมอ ขอบคุณถึงความหมายของการให้อภัยที่ทำให้เพื่อนทั้งสองของผมได้รู้จักกับความหมายของสิ่งเหล่านี้

Monday, August 17, 2009

ช่างหัวมัน

หลายๆครั้งที่คนเรามักจะเกิดความทุกข์นะครับ โดยความทุกข์ที่เกิดขึ้นบางครั้งเกิดจากการ การกลัวอนาคตที่มาไม่ถึง การแคร์คนที่ไม่สมควรแคร์มากเกินไป การที่ตั้งความหวังไว้ว่าคนทุกคนในโลกใบนี่ต้องรักเรา ฯลฯ

การคิดสิ่งเหล่านี้นำมาซึ่งความทกข์ ก่อนหน้านี้ ผมก็เผชิญกับความทุกข์เช่นเดียวกัน คือ ผม แคร์คนทุกคนยกเว้นตัวเอง ความทุกข์เลยเกิดขึ้นกับผม รวมถึงการกลัวสิ่งที่ยังมาไม่ถึง กลัวจะทำงานได้ไม่ดี กลัวโน่นกลัวนี่

จนวันหนึ่งพี่แหวนซึ่งเป็นอาจารย์รุ่นพี่ที่ผมสนิท ทนไม่ได้เลยซื้อคำกลอนของท่านพุทธทาสมาให้ โดยความหมายของคำกลอนจะบอกว่า ทุกอย่างช่างหัวมัน แล้วชีวิตเราจะดีเอง ผมคิดได้ในทันใด และยิ้มออกว่า เรานี่ช่างโง่เขลาเสียจริงๆ

จงทำตามหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด  ส่วนใครจะว่าอย่างไรมันเป็นเรื่องของเค้า ตัวเราเท่านั้นที่รู้ว่าเราเป็นใคร และกำลังทำอะไรอยู่ อย่าเอาคำตัดสินของคนอื่นมาทุกข์เลย เพราะถ้าเราแคร์สิ่งนี้ ตัวเราจะเป็นคนที่ทุกข์สุด

สู้ต่อไปนะวิท จงทำตามอุดมการณ์ตัวเองที่ตั้งใว้  อย่าให้สิ่งเล็กน้อยแค่นี้มาทำให้เรายอมแพ้จงสู้ และเชื่อว่าวิททำได้

Friday, August 07, 2009

ใช้เวลากับแม่และน้องนุช

เมื่อวันศุกร์ที่ 31 กรกฏาคม ที่ผ่านมา แม่และน้องนุชมีธุระที่สงขลา แม่ก็เลยถือโอกาสมาหาวิทด้วย จริงๆแล้วผมตั้งใจมาซักหนึ่งนะครับ ว่าผมจะกลับบ้านที่ ฉวาง นครศรีธรรมราช แต่ด้วยภารกิจต่างๆผมเลยไม่ได้กลับบ้านซะที


การมาของแม่นำมาซึ่งความสุขมาให้วิทมากเลยนะครับ  แม่มาถึงหาดใหญ่ประมาณ บ่ายสองโมงกว่าๆแต่วิทมีประชุม ก็เลยให้แม่ไปรอที่แฟรตที่วิทพัก กว่าจะประชุมเสร็จประมาณ 5โมง วิทรีบตรงดิ่งกลับบ้านเลยนะครับ ผมอยากใช้เวลาทุกนาทีอยู่กับแม่ให้มากที่สุด


กลับมาถึงที่แฟรตแม่เตรีบมของมาให้วิทเยอะมากเลยนะครับ ผมรู้สึกอบอุ่นใจที่มีแม่และน้องนุชเมื่อกลับมาถึงห้อง วิททานอะไรนิดหน่อยก่อนที่เราจะเดินทางไปสงขลา


ถึงที่สงขลาก็ประมาณเกือบหกโมงนะครับ เราไปกินข้าวกันที่ร้านแต้ ร้านอาหารจีนชื่อดังที่สงขลาซึ่งอยู่แถบถนนนางงาม อาหารก็อร่อยนะครับ แล้วกลับมาที่โรงแรม ตลอดคืนผม แม่ น้องนุชเราคุยกันทั้งคืนนะครับ


ผมมักจะนึกเสมอว่าเวลาของพวกเรามันสั้นนักดังนั้นเราต้องรีบทำให้ทุกเวลาที่เราอยู่ด้วยกันเต็มไปด้วยความสุข และจะจดจำช่วงเวลาที่มีคุณค่านี้ใว้เสมอ

Thursday, July 23, 2009

สุขสันต์วันเกิด

วันนี้เป็นวันสำคัญของเพื่อนผมคนหนึ่งนะครับ คือ เป็นวันเกิดของก้อยเพื่อนรัก ผมไม่ลืมที่จะโทรหาก้อยตั้งแต่เช้า เสียงของก้อยที่บอกว่า วิทเป็นคนแรกที่โทรมา

สำหรับผมแล้วทุกๆเทศกาลที่สำคัญ ของคนในครอบครัวและเพื่อนสนิทผมไม่ลืมที่จะโทรหาเค้า สาเหตุที่ต้องโทรไปมีหลายสาเหตุประเด็นแรกผมอยากให้เค้ารู้ว่าพวกเค้าคือคนสำคัญ และผมยังระลึกถึงพวกเค้าอยู่เสมอ

ประการที่สอง ผมอยากแบ่งปันความรักและความห่วงใยมาสู่พวกเค้า ความรักเป็นสิ่งที่วิเศษยิ่งให้ความรักก็เหมือนยิ่งได้ความรักนั่นกลับมา


ประการที่สาม ผมเพียงอยากบอกพวกเค้าว่า ไม่ว่านานแค่ไหน พวกเค้าจะมีผมเสมอที่จะยืนและให้กำลังใจพวกเค้า คอยมองดูความสุข ความสำเร็จ รวมถึงมีบ่าที่อุ่นๆคอยซับน้ำตาให้พวกเค้าเสมอ

วันนี้จึงเป็นวันที่แสนจะปิติที่ได้คุยกับก้อยเพื่อนรัก ขอให้แกมีความสุข พวกเราจะเป็นกำลังใจให้แกเสมอ

Wednesday, July 15, 2009

สุขภาพ

เมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมใช้เวลาในการอบรมเรื่องเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม และถือโอกาสได้คุยกับเพื่อนสมัยเรียนเสดสาดที่ เกษตร มีหลายๆเรื่องที่ทำให้ผมต้องฉุกคิดอะไรบางอย่าง

นั้นคือ เพื่อนรุ่นพี่ของผมป่วยด้วยโรค เบาหวาน ขณะที่อายุพึ่งจะแค่ 30 ปี แม้ว่ารุ่นพี่คนนี้ของผมจะไม่พูดว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร แต่ผมก็รับรู้ได้ถึงความกังวลใจในเรื่องดังกล่าว

ผมคิดถึงเวลาเก่าๆของพวกเรา กลุ่มพวกเรารับประทานอาหารอย่างเต็มที่ ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องสุขภาพ เรามักจะตระเวณกินร้านโน้นทีร้านนี้ที และอาหารที่ทานก็เป็นอาหารที่มัน และไม่ดีต่อสุขภาพเลย
จากเหตุการณ์ดังกล่าวกลุ่มพวกเราเริ่มหันมาดูแลตัวเองกันมากขึ้น บางทีความสุขไม่ได้เกิดจากการรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียว ความสุขยังเกิดจากการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง
เมื่อร่างกายแข็งแรงก้อคิดที่จะใช้พละกำลังของตัวเองทั้งหมดในการทำงานเพื่อประเทศชาติ และได้รับรู้ถึงการมีคุณค่าของตัวเองนั้นเอง
เรามาหันดูแลสุขภาพกันเถอะก่อนที่อะไรจะช้าไปแล้ว
ปล.เอาใจช่วยพี่ชัยนะครับ กับการหันมาดูแลตัวเองและผมเชื่อว่าพี่ทำได้

Friday, June 26, 2009

ความกลัว

ผมเป็นโรคอย่างหนึ่งนะครับ คือ ชอบกลัวสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นกลัวการที่ทำงานออกมาไม่ดี กลัวและไม่มั่นใจว่าตัวเองจะทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ได้หรือไม่ ความกลัวมีอิทธิพลกับผมมากทีเดียว

ความกลัวทำให้ความสุขของผมลดลง ในช่วงเวลาที่ความกลัวมาเยือน จิตใจของผมจะแกว่งไม่ปกติ ขาดความเชื่อมั่นอย่างเห็นได้ชัด คำพูดคำจาไม่เต็มเสียง

เมื่อขาดความมั่นใจการกระทำต่างๆก็พลอยไม่มั่นใจตามไปด้วย ผมอยากก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆตรงนี้ไปให้ได้

วิธีการแก้ปัญหาของผม ผมไม่ได้แก้ที่ประเด็นความกลัว แต่ผมกลับต้องการใครสักคนมาเป็นกำลังใจให้ผม ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อนสนิท กลุ่มคนพวกนี้ทำให้ผมมีกำลังใจ แต่ความกลัวไม่ได้ลดลง

ผมพยายามจะแก้ปัญหานี้ให้ได้โดยพยายามบอกตัวเองว่า ตัวเองมีความสามารถและสามารถที่จะทำสิ่งต่างๆได้เป็นอย่างดี รวมถึงถ้าเราทำอย่างดีที่สุดแล้วและมีความผิดพลาดขอให้นำข้อผิดพลาดนั้นมาเป็นครูและนำมาแก้ไขในภายหลัง

และการกลัวความผิดพลาดสาเหตุที่สำคัญ คือ เกิดจากยึดในตัวตนมากเกินไป ขอให้วิทคิดเสมอว่างานที่ทำเป็นหน้าที่ มีความสุขที่ได้ทำตามหน้าที่ ถ้าได้ผลดีมอบความดีอันนี้ให้จักรวาล แต่ถ้าผลออกมาไม่ดีจงเรียนรู้ที่จะแก้ไข แต่ไม่เก็บความทุกข์ไว้กับตัวเอง ความผิดพลาดอันนี้มอบให้จักรวาลอีกเช่นกัน

สู้ๆนะวิท สู้เพื่อที่จะอยู่บนโลกใบนี้อย่างมีความสุข

Thursday, June 18, 2009

แจกจ่ายมังคุด

เมื่อเช้าวิทวานพี่แหวนให้ช่วยไปเอามังคุดที่สถานีหาดใหญ่ เนื่องด้วยเมื่อวานแม่ฝากมังคุดมากับรถไฟ แต่เผอิญเมื่อวานวิทกว่าจะประชุมเสร็จก็ปาไปจะทุ่มนึ่งแล้ว ก็เลยยังไม่ได้ไปเอามังคุดซะที วันี้ตอนเช้าเลยถือโอกาสไปเอานะ ก่อนที่จะถึงสถานีรถไฟเราก็แวะทานติ๋มซำเจ้าอร่อยแถวโรงแรม เจบี แล้วจึงไปเอามังคุดที่สถานีนะ
หลังจากเอามังคุดเสร็จผมกับพี่แหวนช่วยกันแจกจ่ายมังคุดให้กับอาจารย์ที่นับถือ ผมว่าช่วงเวลาที่เรามังคุดใส่ถุงและได้นึกถึง ช่วงเวลาของคนที่ได้รับมังคุดและได้รับประทานมังคุดที่เอร็ดอร่อย เป็นช่วงเวลาที่ดีมากทีเดียว แต่วิทก้แอบสงสารไม่หด้นะครับ พอเราแบ่งให้กับทุกคนเหลือมังคุดอยู่เล็กน้อย แอบสงสารพี่แหวนอยู่ในใจนะครับ และวิทคิดว่าคราวหน้าวิทจะแบ่งให้พี่แหวนมากกว่านี้
ความสุขที่ได้นึกถึงคนอื่น ความสุขที่ได้จากการแบ่งปันมันเป็นความสุขที่วิเศษจริงๆนะครับ

Monday, June 15, 2009

บริจาคโลหิตและทำบุญ

เมื่อวานเป็นวันอาทิตย์นะครับ โดยปกติพวกเราหมายถึงผม พี่แหวน น้องแอน นัชหญิงและชาย แอ๊ะ พี่โต้ง รวมถึงนุ้ย เรามักจะไปตีแบดกันแล้วค่อยแยกย้ายกันพักผ่อน แต่วันอาทิตย์นี้เป็นวันอาทิตย์ที่พิเศษจริงๆนะครับ


คือเรามีกิจกรรมเพิ่มขึ้น นั่นคือหลังจากตีแบดเสร็จ เราแยกย้ายกันไปอาบน้ำอาบท่า เสร็จแล้วพี่แหวนมารับวิทและน้องแอน ไปบริจาคโลหิตนั้นเอง เป็นครั้งแรกของวิทนะครับที่ได้บริจาคเลือด รู้สึกตื้นเต้นมากเลยนะครับ ผมเลยน้องยืมแฟนของแอ้ะมาเป็นกำลังใจให้หน่อย เพราะผมกลัวเข็มจริงๆนะ นัฐหญิงก้อใจดีมากมายืนให้กำลังใจข้างเตียงตลอดเลยนะครับ ขอบคุณแอ้ะด้วยที่ใจกว้างยอมให้แฟนมาเป็นกำลังใจให้วิทนะ


แต่เมื่อผมกำลังจะบริจาคเสร็จปรากฏว่าเข็มที่เจาะวิทหลุดนะครับ ทำให้เลือดของวิทอาจจะใช้ไม่ได้ผมแอบเคืองเล็กน้อยที่อุตสาห์เจ็บตัวแล้วแต่เลือดกลับไม่ได้ใช้ แต่ก้อมีคนบอกว่าแม้ว่าเลือดไม่ได้ให้ผู้ป่วยแต่เลือดสามารถนำไปใช้ทำอย่างอื่นได้ ก็เลยทำให้ผมสบายใจขึ้น


เสร็จจากบริจาคเลือดเราไปกินข้าวมันไก่กันที่ทุ่งลุง พร้อมทั้งไปไหว้พระที่นับถือที่แถวบ้านพรุ หลวงพ่อเตือนสติอะไรที่ดีมากเลยนะครับ เช่นความผิดของเราให้เอามาเป็นครู เมื่อเวลาใครโกรธเราเราอย่าโกรธตอบจงเป็นผู้ดีที่มีอัธยาศัยที่ดีกับเค้า หรือการพูดแต่สิ่งที่เป็นมงคลย่อมนำสิ่งดีๆมาให้ หลังจากอิ่มบุญกันถ้วนหน้า เราก้อไปชอปปิ้งต่อที่โรบินสันซึ่งลดกระหนำมาก 50-70%


วิทซื้อกางเกงสแลคสองตัวนะครับ เหตุเกิดจากป้าร้านซักผ้าแกทำกางเกงหาย ก้อเลยต้องซื้อเพิ่ม วันนี้ได้ของถูกใจเยอะมากแต่เงินก้อหมดเยอะนะครับประมาณเกือบ 3500 บาททีเดียว ส่วนแอ้ะหมดมากกว่าวิทนะครับ หมดไปประมาณ 10000 บาท


วิทจงจดจำสิ่งดีๆที่ได้ทำนะ และเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราทำมาจากความปรารถนาดีที่จะทำแต่สิ่งที่ดี ใครจะมองและไม่เข้าใจเราขอจงสู้ต่อไปนะ ขอบคุณเพื่อนทุกคนที่หาดใหญ่ที่เป็นกำลังใจ และสนับสนุนให้ผมได้ทำตามอุดมการณ์ของตนเองนะครับ


ปล.เขียนเรื่องทำบุญแต่มาสรุปแบบแปลกๆ คงไม่เปนไรนะครับ